กฎหมายแรงงาน : บทศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ๒๕๕๘ ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ
ReadyPlanet.com
dot
dot
Update..ข่าวสาร
dot
bulletครม. ไฟเขียวให้ชาวต่างชาติอายุ 50 ปี พำนักไทยถึง 10 ปี จากเดิม 1 ปี
bullet"AEC" DAILY NEWS
bulletเปรียบเทียบ เวียดนาม-ไทย ด้านการศึกษา
bulletทั่วโลกเพิ่มมาตรการกีดกันการค้า
bulletช่องทางเพิ่มมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย
bulletลำดับรายได้ของประชากรในกลุ่ม AEC
bulletเกี่ยวกับอาเซียน
bulletแนะนำหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ!
bulletเช็คก่อนเที่ยว ! ประเทศไหนบ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletข้อตกลง ASEAN ในคุณสมบัตินักวิชาชีพในแต่ละสาขา
dot
จัดสัมมนาภายใน...
dot
bullet In-house Training หลักสูตร “พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560” บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (PTTPM)
bulletIn-house Training เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง “กฎหมายแรงงานสำหรับ HR”
bulletIn-house Training หลักสูตร “กฎหมายแรงงานสำหรับการบริหารงานบุคคล”
bulletIn-house Training หลักสูตร “กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ด้านโฆษณา ฉลาก และสัญญา”
bulletอบรมสัมมนา “กฎหมายแรงงานสำหรับหัวหน้างาน”
bulletIn House Siam Kubota Corporation Thailand
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 5
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 4
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 3
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 2
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 1
bulletInhouse บสก
bulletจัด Inhouse Training บริษัท ไทยแอโรว์ จำกัด
bulletจัด Inhouse Training ณ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด
bulletจัด Inhouse Training ณ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
bulletInhouse การแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ
bulletสัมมนา บริษัท เคฮิน ออโตพาร์ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด
bulletInhouse บริษัท ซีบีซี (ประเทศไทย) จำกัด
bulletPublic กฎหมายแรงงาน
bulletInhouse บจก.ซัมมิทโชว่าแมนูแฟคเจอริ่ง
bulletIn house Be Professional Consultant Co.,Ltd
bulletInhouse บ. ปตท. จำกัด (มหาชน)
bulletInhouse บ. ไทยโพลีอะซีทัล จำกัด และ บ.ไทยโพลีคาร์บอเนต จำกัด
bulletInhouse บ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
bulletInhouse บ.ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
bulletรูปสัมมนา 19 APRIL 2013
bulletInhouse KASIKORNBANK
bulletรูปสัมมนา 14-16 March 2013
bulletInhouse เทสโก้ โลตัส
bulletInhouse บมจ.สามารถ
bulletinhouse ฮงเส็งการทอ
bulletInhouse ไทยออยล์
bulletภาพสัมมนา Visa & Work permit 28-1-54
bulletInhouse Pl Law Panasonic
bulletInhouse Panasonic
bulletInhouse Yum Restaurants
bulletInhouse HomePro
bulletInhouse Honda
bulletInhouse อาทเคมิคัลฯ
dot
บทความที่น่าสนใจ
dot
bulletย่อคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานปี 2559
bulletคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานเพิ่มเติมปี 2558
bulletฎีกาคดีแรงงาน (๕ ดาว)
bulletกฎหมายแรงงาน : บทศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ๒๕๕๘ ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ
bulletย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ๒๕๕๗ ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ
bulletฎีกาแรงงานใหม่ ปี ๒๕๕๖
bulletโทษทางอาญาในคดีแรงงาน
bulletกฎหมายออกใหม่ที่น่าสนใจ
bulletห้างหรือบริษัทกระทำความผิด : หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผิดด้วย
bulletกรรมการกับความผิดทางอาญา
bulletข้อเปรียบเทียบสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า / ค่าชดเชย / เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
bulletอายุความฟ้องร้องคดีแรงงาน
bulletการเขียนข้อบังคับการทำงานฉบับนายจ้าง
bulletการลดจำนวนลูกจ้างเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
bulletหลักการคัดคนล้นงานออกจากงาน
bulletฎีกาใหม่ ลูกจ้าง ม.11/1 ผู้ประกอบกิจการทั้งหลายที่ชอบใช้ Outsourcing ต้องระวัง
bulletนิติอภิปราย " ค่าจ้าง "
bulletค่าจ้าง / เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าดูแลลูกค้า ค่าพาหนะ ค่าคอมมิชชั่น... พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕
bulletค่าคอมมิชชั่นการตลาดเป็นค่าจ้าง เมื่อเลิกจ้างต้องนำไปคำนวณ
bulletเลิกจ้าง / ปรับโครงสร้างยุบตำแหน่ง ไม่จัดหางานอื่น ไม่ให้โอกาส
dot
กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร

dot
bulletแผนที่ ศูนย์ประชุม The Connecion
bulletรายชื่อสมาชิก
bulletรับแปลเอกสาร สัญญา ฯลฯ


สำนักพิมพ์วิญญูชน
ฏีกา 5 ดาว
กระทรวงการต่างประเทศ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
กุ๊กกิ๊กกฎหมายกับ อ.สมชาย
The Connecion
เอ็นทูพี บิสิเนส โซลูชั่นส์
รับจัดฝึกอบรมสัมมนาฯ, กิจกรรม Walk Rally Team Building


กฎหมายแรงงาน : บทศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ๒๕๕๘ ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ

กฎหมายแรงงาน : บทศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกา  ย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน   ๒๕๕๘  ศ. เกษมสันต์  วิลาวรรณ

 นายจ้างออกคำสั่งลงโทษลูกจ้างด้วยการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างและระบุคำเตือนในคำสั่งดังกล่าวด้วยได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑  มาตรา ๑๐๘, ๑๑๙ (๔)

                คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๑๐๗๔/๒๕๕๘  ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่า   “ถ้าพนักงานฝ่าฝืนหรือกระทำผิดวินัยของบริษัทจะถูกลงโทษตามลักษณะความผิดหรือความหนักเบาของการกระทำความผิด การลงโทษจะเป็นไปตามข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อรวมกัน   ก็ได้”  การที่โจทก์กระทำผิดครั้งแรกและจำเลยลงโทษด้วยการให้พักงาน ๗ วันโดยไม่ได้รับค่าจ้าง และไม่ให้โจทก์กระทำผิดซ้ำอีก  หากยังกระทำผิดวินัยไม่ว่ากรณีใด ๆ จำเลยจะพิจารณาลงโทษขั้นปลดออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ตามเอกสารที่จำเลยอ้างซึ่งมีลักษณะเป็นหนังสือเตือนด้วย เป็นการใช้ดุลพินิจในการใช้อำนาจบริหารจัดการของจำเลยที่จะลงโทษโจทก์หลายข้อรวมกันได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย การที่จำเลยลงโทษพักงานโจทก์และขณะเดียวกันในคำสั่งลงโทษก็ยังมีคำเตือนอยู่ด้วย หาทำให้หนังสือเตือนนั้นสิ้นผลไปด้วยการพักงานที่โจทก์ได้รับไปแล้วไม่ เมื่อโจทก์แสดงกริยาวาจาก้าวร้าว และท้าทายต่อผู้บังคับบัญชาจนถูกตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว ต่อมาโจทก์แสดงกริยาวาจาก้าวร้าว หยาบคาย และท้าทายต่อผู้บังคับบัญชาอีกอันเป็นการกระทำผิดลักษณะเดียวกันในหนังสือเตือน และยังไม่เกิน ๑ ปีนับแต่วันที่กระทำความผิด การกระทำของโจทก์จึงเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

นิติทัศน์

            พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑  มาตรา ๑๐๘  กำหนดให้นายจ้างซึ่งมี

ลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไปจัดให้มี “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” โดยต้องมีรายละเอียด

เกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างอย่างน้อย ๘ รายการ รวมทั้งเรื่อง “วินัยและโทษทางวินัย” ด้วย

            ในเรื่องเกี่ยวกับโทษทางวินัยนั้น นายจ้างส่วนมากกำหนดโทษไว้ดังนี้

(๑)    ตักเตือนด้วยวาจา

(๒) ตักเตือนเป็นหนังสือ

(๓)  พักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ๑ – ๗ วัน และตักเตือนเป็นหนังสือ

(๔)  เลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชย

(๕)  เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

ส่วนการพิจารณาว่าจะลงโทษลูกจ้างสถานใดในแต่ละการกระทำความผิดทางวินัยนั้น

เป็นดุลพินิจของนายจ้างในแต่ละสถานประกอบการ  อย่างไรก็ตาม หากนายจ้างได้กำหนด

หลักเกณฑ์ในการลงโทษไว้ชัดเจนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นั้น ก็จะเป็นการลงโทษทางวินัย

ที่เป็นไปโดยชอบ ดังที่ปรากฏในข้อวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้

                                                                                                เกษมสันต์  วิลาวรรณ

 

การเลิกจ้างลูกจ้างตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรเพียงพอ มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘  มาตรา ๕,  ๑๐

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๑๕๓๙ – ๑๕๔๕/๒๕๕๘  ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ตกลงกันใหม่กำหนดว่า การพิจารณาบอกเลิกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้ เมื่อผลงานของพนักงานไม่เป็นที่น่าพอใจหรือคะแนนปฏิบัติหน้าที่ต่ำ และเมื่อลาป่วยเกิน ๓๐ วัน ต่อปีปฏิทิน โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯกำหนดไว้ ดังนั้น การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ ๑ ที่ ๕  และที่ ๗  เพราะเหตุที่โจทก์ดังกล่าวมีผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจและได้รับคะแนนปฏิบัติหน้าที่ในระดับต่ำอันเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรเพียงพอ ส่วนโจทก์ที่ ๒  ที่ ๔  และที่ ๖ ลาป่วยเกิน ๓๐ วัน ต่อปีปฏิทิน โดยไม่ปรากฏว่าการลาป่วยของโจทก์ดังกล่าวเป็นการเจ็บป่วยเรื้อรังหรือประสบอุบัติเหตุต้องเข้ารับการรักษาตัวต่อเนื่องในโรงพยาบาลแต่ประการใด การเลิกจ้างโจทก์ที่ ๒ ที่ ๔  และที่ ๖  เพราะเหตุที่โจทก์ดังกล่าวลาป่วยเกิน ๓๐ วัน ต่อปี จึงเป็นการเลิกจ้างตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรเพียงพอเช่นกัน มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

นิติทัศน์

            พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘  มาตรา ๕,  ๑๐ ได้กำหนดว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หมายถึง ข้อตกลงระหว่างนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง  และให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑  มาตรา ๑๐๘ เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้วย จากข้อวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้แสดงว่าถ้ามีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดหลักเกณฑ์ในการเลิกจ้างไว้เช่นใด และนายจ้างปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นั้น ก็จะไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙

            เมื่อนำข้อวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๗๔/๒๕๕๘  มาพิจารณาประกอบ ก็จะได้หลักการหรือแนวปฏิบัติในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  คือ นายจ้างควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยและการเลิกจ้างไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น

                                                                                                เกษมสันต์  วิลาวรรณ

 

เมื่อการปรับอัตราค่าจ้างให้แก่พนักงานจะต้องใช้เงินจากงบประมาณของรัฐวิสาหกิจผู้เป็นนายจ้าง แต่รัฐวิสาหกิจนั้นไม่มีความสามารถที่จะกระทำได้ ทั้งมิได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากรัฐบาล จึงไม่ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี

พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓  มาตรา ๑๓

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๑๙๓๑ – ๒๐๔๓/๒๕๕๘  จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ (องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งตามบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ แสดงว่าการดำเนินการของจำเลยมิได้ใช้งบประมาณประจำปีของรัฐบาล แต่ใช้งบประมาณที่จำเลยได้มาจากการดำเนินการของจำเลยเอง ดังนั้น การปรับเงินเดือนตามมติคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ให้แก่พนักงานของจำเลยจึงต้องเป็นไปตามงบประมาณที่จำเลยมีอยู่ หรือให้รัฐบาลจ่ายเงินให้แก่จำเลยเท่าจำนวนที่จำเป็น เนื่องจากจำเลยประสบภาวะขาดทุนสะสมหลายปี จึงไมมีงบประมาณสำหรับจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่รอการจ่าย และยังมีภาระผ่อนชำระเงินบำเหน็จพนักงานที่เกษียณอายุ เมื่อการปรับอัตราค่าจ้างดังกล่าวจะต้องใช้เงินจากงบประมาณของจำเลยเอง และจำเลยไม่มีความสามารถที่จะกระทำได้ ทั้งมิได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากรัฐบาล การที่จำเลยไม่ปรับอัตราค่าจ้างให้แก่โจทก์หนึ่งร้อยสิบสองคนจึงกระทำได้ และไม่ขัดต่อมติคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๗) ดังกล่าว และมติคณะรัฐมนตรี (เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗) แต่อย่างใด

 

เมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว นายจ้างก็ไม่อาจมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามลูกจ้างทำงานกับบริษัทคู่แข่งทางการค้าได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา ๕๗๕

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๓๐๒๐๒๕๕๘  การที่โจทก์ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทำงานกับบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งทางการค้านั้น แม้ปรากฏว่าหลังจากจำเลยลาออกแล้ว ภายใน ๒ ปี จำเลยได้ไปทำงานกับบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งทางการค้าซึ่งยังอยู่ภายในกำหนดเวลาห้ามดังกล่าวเป็นการผิดสัญญาซึ่งจำเลยต้องรับผิดด้วยการงดเว้นการกระทำตามที่กำหนดโดยเจตนาของคู่กรณีด้วยคือการงดเว้นทำงานกับบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งทางการค้าซึ่งห้ามจำเลยมิให้ทำงานกับบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งทางการค้าได้ก็ตาม แต่เมื่อการขอให้บังคับห้ามจำเลยมิให้ทำงานกับบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งทางการค้าตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ล่วงเลยไปแล้ว จึงไม่มีกรณีที่จะต้องมีคำสั่งห้ามจำเลยตามคำขอบังคับของโจทก์

 

นายจ้างมีหนังสือเลิกจ้างโดยระบุว่าลูกจ้างกระทำผิดฐานฉ้อโกง ก็ถือว่าได้ระบุข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งชอบด้วยกฎหมายแล้ว

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๑)  และวรรคท้าย

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๓๐๕๕/๒๕๕๘  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๑)  นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลุกจ้างในกรณีทุจริตต่อหน้าที่ โดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้ความหมายคำว่า “ทุจริต” ไว้  จึงต้องใช้ความหมายคำว่า “ทุจริต” ตามพจนานุกรม คือ ความประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยระบุเหตุผลในหนังสือเลิกจ้างว่าโจทก์ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงจึงเป็นการระบุข้อเท็จจริงที่มีความหมายอยู่ในตัวว่าโจทก์ประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง อันเป็นกรณีทุจริตต่อหน้าที่ด้วย จึงชอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ วรรคท้ายแล้ว

 

เมื่อศาลแรงงานเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องสืบพยานเอกสารใดที่เกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ย่อมมีอำนาจสั่งรับและรับฟังพยานหลักฐานนั้นได้

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๕

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๓๑๒๘/๒๕๕๘  โจทก์ส่งเอกสารที่ระบุว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่จำเลยในฐานะที่เป็นผู้แทนโจทก์ และจำเลยดำเนินการถอนการบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ อันเป็นการนำส่งเอกสารสำคัญแห่งคดีเพื่อใช้ประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ เพื่อแสดงว่าจำเลยได้รับเงินจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์แล้วไม่นำส่งเงินแก่โจทก์ และจำเลยดำเนินการถอนการบังคับคดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ทั้งที่ยังมีหนี้ตามคำพิพากษาที่ลูกหนี้ต้องชำระแก่โจทก์ แม้เป็นการส่งสำเนาเอกสารโดยโจทก์ไม่ยื่นสำเนาต่อศาลและไม่ส่งสำเนาให้จำเลยก่อนวันสืบพยานก็ตาม แต่เมื่อศาลแรงงานเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องสืบพยานเอกสารดังกล่าวซึ่งสำคัญและเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ย่อมสั่งรับและรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ได้

 

นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างได้โดยไม่ต้องสอบสวนก่อน เว้นแต่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดไว้ให้สอบสวนก่อน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐๘

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๓๕๓๕/๒๕๕๘ เมื่อตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยไม่ได้กำหนดว่าต้องมีการสอบสวนก่อนจึงจะสั่งพักงานได้ ดังนั้น การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์จึงชอบด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแล้ว

นิติทัศน์

            ข้อวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๗๔/๒๕๕๘,  ๑๕๓๙ – ๑๕๔๕/๒๕๕๘  ให้ข้อคิดและหลักการที่นายจ้างที่ฉลาดและแสนดีควรนำไปปรับใช้ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์

                                                                                    เกษมสันต์  วิลาวรรณ

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาวิญญูชน จำกัด
39/200-201 ซ.วิภาวดีรังสิต 84 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง
กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ 10210
โทร :  02-052-5548      มือถือ :  089-703-4200 โทรสาร 02-919-2536
อีเมล์ : winyuchon_2554@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.seminarwinyuchon.com