ฎีกาใหม่ Sub Contract ลูกจ้างเหมาค่าแรงงาน
ReadyPlanet.com
dot
dot
Update..ข่าวสาร
dot
bulletครม. ไฟเขียวให้ชาวต่างชาติอายุ 50 ปี พำนักไทยถึง 10 ปี จากเดิม 1 ปี
bullet"AEC" DAILY NEWS
bulletเปรียบเทียบ เวียดนาม-ไทย ด้านการศึกษา
bulletทั่วโลกเพิ่มมาตรการกีดกันการค้า
bulletช่องทางเพิ่มมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย
bulletลำดับรายได้ของประชากรในกลุ่ม AEC
bulletเกี่ยวกับอาเซียน
bulletแนะนำหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ!
bulletเช็คก่อนเที่ยว ! ประเทศไหนบ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletข้อตกลง ASEAN ในคุณสมบัตินักวิชาชีพในแต่ละสาขา
dot
จัดสัมมนาภายใน...
dot
bullet In-house Training หลักสูตร “พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560” บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (PTTPM)
bulletIn-house Training เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง “กฎหมายแรงงานสำหรับ HR”
bulletIn-house Training หลักสูตร “กฎหมายแรงงานสำหรับการบริหารงานบุคคล”
bulletIn-house Training หลักสูตร “กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ด้านโฆษณา ฉลาก และสัญญา”
bulletอบรมสัมมนา “กฎหมายแรงงานสำหรับหัวหน้างาน”
bulletIn House Siam Kubota Corporation Thailand
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 5
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 4
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 3
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 2
bulletIn house THAI YAZAKI GROUP รุ่นที่ 1
bulletInhouse บสก
bulletจัด Inhouse Training บริษัท ไทยแอโรว์ จำกัด
bulletจัด Inhouse Training ณ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด
bulletจัด Inhouse Training ณ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
bulletInhouse การแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ
bulletสัมมนา บริษัท เคฮิน ออโตพาร์ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด
bulletInhouse บริษัท ซีบีซี (ประเทศไทย) จำกัด
bulletPublic กฎหมายแรงงาน
bulletInhouse บจก.ซัมมิทโชว่าแมนูแฟคเจอริ่ง
bulletIn house Be Professional Consultant Co.,Ltd
bulletInhouse บ. ปตท. จำกัด (มหาชน)
bulletInhouse บ. ไทยโพลีอะซีทัล จำกัด และ บ.ไทยโพลีคาร์บอเนต จำกัด
bulletInhouse บ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
bulletInhouse บ.ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
bulletรูปสัมมนา 19 APRIL 2013
bulletInhouse KASIKORNBANK
bulletรูปสัมมนา 14-16 March 2013
bulletInhouse เทสโก้ โลตัส
bulletInhouse บมจ.สามารถ
bulletinhouse ฮงเส็งการทอ
bulletInhouse ไทยออยล์
bulletภาพสัมมนา Visa & Work permit 28-1-54
bulletInhouse Pl Law Panasonic
bulletInhouse Panasonic
bulletInhouse Yum Restaurants
bulletInhouse HomePro
bulletInhouse Honda
bulletInhouse อาทเคมิคัลฯ
dot
บทความที่น่าสนใจ
dot
bulletย่อคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานปี 2559
bulletคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานเพิ่มเติมปี 2558
bulletฎีกาคดีแรงงาน (๕ ดาว)
bulletกฎหมายแรงงาน : บทศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ๒๕๕๘ ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ
bulletย่อคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ๒๕๕๗ ศ. เกษมสันต์ วิลาวรรณ
bulletฎีกาแรงงานใหม่ ปี ๒๕๕๖
bulletโทษทางอาญาในคดีแรงงาน
bulletกฎหมายออกใหม่ที่น่าสนใจ
bulletห้างหรือบริษัทกระทำความผิด : หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผิดด้วย
bulletกรรมการกับความผิดทางอาญา
bulletข้อเปรียบเทียบสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า / ค่าชดเชย / เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
bulletอายุความฟ้องร้องคดีแรงงาน
bulletการเขียนข้อบังคับการทำงานฉบับนายจ้าง
bulletการลดจำนวนลูกจ้างเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
bulletหลักการคัดคนล้นงานออกจากงาน
bulletฎีกาใหม่ ลูกจ้าง ม.11/1 ผู้ประกอบกิจการทั้งหลายที่ชอบใช้ Outsourcing ต้องระวัง
bulletนิติอภิปราย " ค่าจ้าง "
bulletค่าจ้าง / เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าดูแลลูกค้า ค่าพาหนะ ค่าคอมมิชชั่น... พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕
bulletค่าคอมมิชชั่นการตลาดเป็นค่าจ้าง เมื่อเลิกจ้างต้องนำไปคำนวณ
bulletเลิกจ้าง / ปรับโครงสร้างยุบตำแหน่ง ไม่จัดหางานอื่น ไม่ให้โอกาส
dot
กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร

dot
bulletแผนที่ ศูนย์ประชุม The Connecion
bulletรายชื่อสมาชิก
bulletรับแปลเอกสาร สัญญา ฯลฯ


สำนักพิมพ์วิญญูชน
ฏีกา 5 ดาว
กระทรวงการต่างประเทศ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
กุ๊กกิ๊กกฎหมายกับ อ.สมชาย
The Connecion
เอ็นทูพี บิสิเนส โซลูชั่นส์
รับจัดฝึกอบรมสัมมนาฯ, กิจกรรม Walk Rally Team Building


ฎีกาใหม่ ลูกจ้าง ม.11/1 ผู้ประกอบกิจการทั้งหลายที่ชอบใช้ Outsourcing ต้องระวัง

 คำพิพากษาฎีกาที่ 22326-22404/2555


โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องทำนองเดียวกันว่า โจทก์แต่ละคนตามลำดับสำนวนเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ มีระยะเวลาการทำงานกับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ตำแหน่งหน้าที่ อัตราค่าจ้างกำหนดการจ่ายค่าจ้าง เป็นไปตามคำฟ้อง จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ส่งโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าไปทำงานกับจำเลยที่ ๑ งานที่ทำมีลักษณะเช่นเดียวกับพนักงานของจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้จัดสวัสดิการให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับเหมือนพนักงานของจำเลยที่ ๑ พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติต่อโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าและพนักงานของจำเลยที่ ๑ เองโดยเสมอภาคภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ แต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย เป็นการปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคและเลือกปฏิบัติขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ขอให้บังคับ จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓๕ และที่ ๗๔ ถึงที่ ๗๙ ให้จำ เลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๓ ชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ ๓๖ ถึงที่ ๗๓ และให้จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำ เลยที่ ๔ ชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ ๘๐ ถึงที่ ๘๓ ดังนี้ ค่าอาหาร เดือนละ ๓๕๐ บาท ค่าครองชีพเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท เบี้ยขยันเดือนละ ๕๖๐ บาท ค่ารถเดือนละ ๓๐๐ บาท เงินโบนัสปีละ ๖ เดือน เงินทุกรายการให้ชำระย้อนหลัง ๒ ปี พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ทุก ๗ วัน จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์แต่ละคน 
จำเลยที่ ๑ ให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ตกลงว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ให้รับเหมาค่าแรงผลิตสินค้า ตามสัญญาตกลงให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นรวมทั้งได้รับตามที่เรียกร้องมาตามฟ้องอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานสั่งให้จัดสวัสดิการในเรื่องอื่นอีกทั้งจำเลยที่ ๑ ก็ไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ทุก ๗ วัน ใช้เฉพาะเงินตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เท่านั้น จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง 
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเพียงผู้รับจ้างจากจำเลยที่ ๑ ที่ได้รับค่าว่าจ้างมาไม่มาก จำเลยที่ ๒ ได้จ่ายค่าจ้างสวัสดิการและเงินโบนัสให้โจทก์ ที่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ แต่เหตุที่แตกต่างจากพนักงานของจำเลยที่ ๑ เพราะความสามารถในการจ่ายและผลประกอบการแตกต่างกัน โจทก์ดังกล่าวสมัครใจเข้าทำสัญญาจ้างโดยยอมรับค่าจ้างและสวัสดิการตามเงื่อนไขที่จำเลยที่ ๒ กำหนด จำเลยที่ ๒ ไม่ได้กระทำการฝ่าฝืนสัญญาจ้างแรงงาน ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน และหากจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดในดอกเบี้ยก็เพียงไม่เกินอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ขอให้ยกฟ้อง 
จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ให้การ
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า ตำแหน่งหน้าที่ อัตราค่าจ้างกำหนดจ่ายค่าจ้างเป็นไปตามคำฟ้องของโจทก์แต่ละคน จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายชุดคลัตช์สำหรับรถจักรยานยนต์ ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ และโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าทำงานผลิตชิ้นงานชุดคลัตช์ซึ่งเป็นงานหลักของจำเลยที่ ๑ แต่โจทก์ ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการแตกต่างกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าไม่ได้รับค่าครองชีพเดือนละ ๑,๒๐๐ บาทนายจ้างโดยตรงของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้า (หมายถึงจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ) จัดอาหารและรถรับส่งให้แต่จำเลยที่ ๑ จัดอาหาร รถรับส่ง และจ่ายค่าอำหารกับค่ารถเท่ากับจำนวนตามคำฟ้อง ของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ได้จ่ายเงินโบนัสให้ลูกจ้าง จำเลยที่ ๒ จ่ายเงินโบนัสให้ลูกจ้างเท่ากับค่ำจ้างปี ละ ๑๓ วัน พนักงานตรวจแรงงานเคยมีคำสั่งให้โจทก์แต่ละคนได้รับเงินบางรายการให้เท่ากับลูกจ้าง ของจำเลยที่ ๑ โดยในคำสั่งไม่ปรากฏรายการตามคำฟ้อง แล้ววินิจฉัยว่า การที่คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานไม่ระบุถึงเงินจำนวนอื่นก็ไม่ห้ามโจทก์มาเรียกร้องเพื่อให้ได้รับเท่าเทียมกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าจึงต้องได้รับค่ำครองชีพ ค่าอาหาร และค่ารถให้เท่าเทียมกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ต้องจ่ายโบนัสให้โจทก์แต่ละคนครบเท่ากับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ของจำเลยที่ ๑ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑/๑ เบี้ยขยันมีลักษณะเป็นเงินจูงใจให้ลูกจ้างสร้างผลงานให้นายจ้าง และ จำเลยที่ ๑ มีเอกสารมาแสดงว่าโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับ จึงไม่กำหนดเบี้ยขยันให้ กฎหมายไม่ได้ยกเว้นว่า สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างจำเลยที่ ๑ กับสหภาพแรงงาน เอฟ ซี ซี ไม่มีผลถึงลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ความรับผิดชอบของจำเลยที่ ๑ ต้องร่วมกับนายจ้างของโจทก์แต่ละคน เงินตามฟ้องไม่ใช่เงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๙ กำหนดดอกเบี้ยให้ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ รับผิดต่อโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓๕ ยกเว้นโจทก์ที่ ๒๙ และที่ ๗๔ ถึงที่ ๗๙ ให้จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๓ รับผิดต่อโจทก์ที่ ๓๖ ถึงที่ ๗๓ ยกเว้นโจทก์ที่ ๔๙ ที่ ๕๒ และที่ ๕๔ และให้จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๔ รับผิดต่อโจทก์ที่ ๘๐ ถึงที่ ๘๓ โดยจ่ายเงินให้แก่โจทก์แต่ละคนดังนี้ ค่าอาหาร ๘,๔๐๐ บาท ค่ำครองชีพ ๒๘,๘๐๐ บาท ค่ำรถ ๗,๒๐๐ บาท และเงินโบนัส ๗๕,๖๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินทุกจำนวนนับตั้งแต่วันฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวนไปจนกว่าได้ชำระเสร็จ ทั้งนี้ โจทก์ที่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ได้รับเงินโบนัสไปแล้วปี ละ ๑๓ วันหรือที่ขอมาตามฟ้องเท่ากับได้รับมาแล้วรวม ๒๖ วัน ให้นำไปหักออกจากจำนวนเงินโบนัสที่ศาลพิพากษาให้ในคดีนี้เสียก่อนด้วย คำขออื่นให้ยก 
จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา 
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันได้ความว่าจำเลยที่ ๒ เป็นนายจ้างโดยตรงของโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓๕ และที่ ๗๔ ถึงที่ ๗๙ จำเลยที่ ๓ เป็นนายจ้างโดยตรงของโจทก์ที่ ๓๖ ถึงที่ ๗๓ จำ เลยที่ ๔ เป็นนายจ้างโดยตรงของโจทก์ที่ ๘๐ ถึงที่ ๘๓ ต่อมาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้โจทก์ที่ ๒๙ ที่ ๔๙ ที่ ๕๒ และที่ ๕๔ ถอนฟ้อง จึงเหลือโจทก์รวม ๗๙ คน จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๑ ให้จัดหาคนมาทำงานให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ จัดส่งโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าไปทำงานกับจำเลยที่ ๑ โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าเป็นลูกจ้างเหมาค่าแรงที่เข้าทำงานผลิตชิ้นงานชุดคลัตช์ซึ่งเป็นงานหลักของจำเลยที่ ๑ แต่ได้รับสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการไม่เท่ากับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ ที่ทำ งานผลิตชิ้นงานชุดคลัตช์เช่นเดียวกัน 
มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ว่า จำเลยที่ ๑ ต้องดำเนินการ ให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการในค่ำครองชีพ ค่าอาหาร ค่ารถ เงินโบนัสเท่ากับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เพียงใด เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงยุติแล้วว่าโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าทำงานผลิตชิ้นงานชุดคลัตช์ซึ่งเป็นงานหลักของจำเลยที่ ๑ กรณีจึงอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑/๑ วรรคสอง ที่บัญญัติให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรง ที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ หมายความว่าผู้ประกอบกิจการต้องดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของผู้ประกอบกิจการโดยไม่เลือกว่าเป็นลูกจ้างรับเหมาค่าแรง หรือลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง อันเป็นการกำหนดหน้าที่ให้ผู้ประกอบกิจการต้องดำเนินการ สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับตามมาตรา ๑๑/๑ จึงเป็นสิทธิตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้โดยตรง แม้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงไม่ได้ลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องหรือมีส่วน ในการเลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจา หรือมีข้อตกลงกับผู้ประกอบกิจการ แต่หากเป็นสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ผู้ประกอบกิจการให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของตนเองไม่ว่าจะเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานระเบียบ หรือสัญญาจ้างแรงงาน ผู้ประกอบกิจการก็ต้องดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในลักษณะเดียวกันนั้นได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการดังกล่าว เช่นเดียวกัน ดังนั้น จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการจึงต้องดำเนินการให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าซึ่งเป็นลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับสิทธิประโยชน์แล้ว สวัสดิการในค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่ารถ เงินโบนัส ให้ถูกต้องตามที่จำเลยที่ ๑ จัดให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง โดยต้องดำเนินการให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับในส่วนที่จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ผู้เป็นนายจ้างโดยตรงไม่จัดให้หรือจัดให้น้อยกว่าลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน กับที่จำเลยที่ ๑ จัดให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ซึ่งหากจำเลยที่ ๑ มีหลักเกณฑ์ การจ่ายค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่ารถ เงินโบนัสให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงโดยกำหนด จากทักษะ ประสบการณ์ ตำแหน่งงาน จำนวนผลิตผลของงานอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของจำเลยที่ ๑ เช่นเดียวกัน อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น 
ส่วนที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อไปว่า พนักงานตรวจแรงงานเคยมีคำสั่งให้จำเลย ที่ ๑ ปฏิบัติต่อโจทก์บางคนและลูกจ้างอื่น ๆ โดยเท่าเทียมกัน เงินโบนัสที่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้า ฟ้องเรียกร้องไม่มีปรากฏอยู่ในคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินโบนัส นั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ปฏิบัติต่อโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ โดยเรียกร้องสิทธิประโยชน์อื่นเพิ่มเติมนอกจากที่พนักงานตรวจแรงงานเคยมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติต่อโจทก์บางคนไว้ กรณีเป็นการฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑/๑ มิได้ฟ้องขอให้บังคับ จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ได้มีคำสั่งตามมาตรา ๑๒๔ มีเพียงในส่วนของเบี้ยขยันที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติต่อลูกจ้างทุกคน โดยเท่าเทียมกัน แต่ศาลแรงงานกลางก็มิได้กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ต้องจ่ายเบี้ยขยันอีกจึงไม่มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าสำหรับเบี้ยขยันอีก ดังนั้นโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าจึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ จ่ายเงินโบนัส และเงินอื่น ๆ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าโดยเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติได้ และที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อไปว่า โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มอัตราร้อยละ ๑๕ ทุกระยะ ๗ วัน นั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางไม่ได้กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ต้องจ่ายเงินดังกล่าว อุทธรณ์ส่วนนี้ของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ได้เป็นการโต้แย้งข้อวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย 
มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมกับ จำเลยที่ ๑ ดำเนินการให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติตาม มาตรา ๑๑/๑ วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า มาตรา ๑๑/๑ วรรคสอง บัญญัติให้เฉพาะผู้ประกอบกิจการเท่านั้นที่ต้องดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ดังนั้นเฉพาะจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการเท่านั้นที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๑๑/๑ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนายจ้างโดยตรงของโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๒๘ ที่ ๓๐ ถึงที่ ๓๕ และที่ ๗๔ ถึงที่ ๗๙ และเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๑ ให้จัดหำโจทก์ดังกล่าวมาทำงานในกระบวนการผลิตของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย ดังนั้นที่จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จ่ายเงินโบนัสย้อนหลัง ๒ ปี โดยคำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์แต่ละคนไม่ถูกต้อง คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางไม่ได้ระบุจำนวนเงินโบนัสที่ต้องจ่ายให้แก่โจทก์ที่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จึงไม่ชอบนั้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งอุทธรณ์มาในทำนองเดียวกันกับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ข้างต้นนั้น แม้จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลาง แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยให้ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ ๓๖ ถึงที่ ๔๘ ที่ ๕๐ ที่ ๕๑ ที่ ๕๓ และที่ ๕๕ ถึงที่ ๗๓ และจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ ๘๐ ถึงที่ ๘๓ โดยโจทก์ดังกล่าวเป็นลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ปฏิบัติงานให้แก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในการดำเนินการให้โจทก์ดังกล่าวได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการเช่นกัน 
อนึ่ง ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมายังไม่เพียงพอให้ศาลฎีกาใช้ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑/๑ มีดังนี้ ในระยะเวลาที่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าฟ้องเรียกค่าอาหาร ค่ารถ และเงินโบนัสนั้น โจทก์แต่ละคน ซึ่งได้รับค่าจ้างรายวันมีวันที่ไม่ได้รับค่าจ้างหรือไม่ มีจำนวนวันทำงานและจำนวนวันหยุดงานคนละเท่าไร ในแต่ละเดือนโจทก์แต่ละคนได้รับค่าจ้างเดือนละเท่าไร ในแต่ละช่วงที่จำเลยที่ ๑ จ่ายเงินโบนัสให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงโจทก์แต่ละคนได้รับค่าจ้างเดือนละเท่าไรรวมแล้วเป็นค่าจ้างในแต่ละช่วงของการจ่ายเงินโบนัสเป็นจำนวนเท่าใด เมื่อคำนวณเงินโบนัสตามวิธีการของจำเลยที่ ๑ โจทก์แต่ละคนได้รับเงินโบนัสหรือไม่ จำนวนงวดละเท่าใด โจทก์แต่ละคนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงได้รับเงินโบนัสและค่ำครองชีพหรือไม่ โจทก์ที่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้รับเงินโบนัสจากจำเลยที่ ๒ แล้วจำนวนเท่าใด เมื่อคำนวณตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสของจำเลยที่ ๒ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ มีกี่ประเภท โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าเทียบได้กับลูกจ้างประเภทใด จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าอาหารและค่ารถให้เฉพาะวันที่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงมาทำงานหรือไม่จ่ายค่าอาหารให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงประเภทใด จ่ายเป็นเงินอย่างเดียวหรือจ่ายเป็นเงินและอาหาร มีหลักเกณฑ์ให้ลูกจ้างผู้ได้รับค่าอาหารเป็นเงินต้องปฏิบัติอย่างไรหรือไม่จ่ายค่ารถให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงเป็นเงินอย่างเดียวหรือจ่ายเป็นเงินและจัดรถรับส่งให้ด้วย หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่ารถ หลักเกณฑ์ที่จำเลยที่ ๑ จ่ายเงินโบนัสให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงในช่วงเวลาที่โจทก์แต่ละคนฟ้องเรียกเงินโบนัส อัตราส่วนเงินโบนัสและสูตรการคำนวณเงินโบนัส จำนวนครั้งของการจ่ายใน ๑ ปี จ่ายเมื่อใด วิธีคำนวณเงินโบนัสในกรณีมีวันที่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงหยุดงาน คุณสมบัติของลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงที่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าครองชีพให้ลูกจ้างโดยตรงจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ได้จ่ายค่าอาหาร ค่ารถ เงินโบนัส และค่าครองชีพให้โจทก์แต่ละคนหรือไม่ เพียงใด ในกรณีจ่ายเป็นอาหารคำนวณเป็นเงินได้เดือนละเท่าไร ในกรณีจัดรถรับส่งให้คำนวณเป็นเงินได้เดือนละเท่าไร จึงให้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเพิ่มเติม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ดำเนินการให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเก้าได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการในค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่ารถ เงินโบนัสในส่วนที่ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ไม่จัดหรือจัดให้น้อยกว่าลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงของจำเลยที่ ๑ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับที่จำเลยที่ ๑ จัดให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๖ วรรคสอง ให้ศาลแรงงานกลาง ฟังข้อเท็จจริงข้างต้นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

 ประเด็นที่ผู้ประกอบกิจการทั้งหลายที่ชอบใช้ outsourcing ต้องระวัง

คือ คงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ ในเรื่องการใช้วิธีนี้แล้ว เพราะไม่สามารถ
ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างที่เคยได้อีกต่อไป
คงมีนิดหน่อยตรง ค่าจ้างอาจไม่ต้องสูงเท่าลูกจ้างของตนเอง
แต่อย่างอื่นต้องจ่ายเหมือนกัน

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาวิญญูชน จำกัด
39/200-201 ซ.วิภาวดีรังสิต 84 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง
กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ 10210
โทร :  02-052-5548      มือถือ :  089-703-4200 โทรสาร 02-919-2536
อีเมล์ : winyuchon_2554@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.seminarwinyuchon.com